ยอดแบ็กขวานิลกาฬ กฤษดา เพี้ยนดิษฐ์ ตำนานแบ็คขวาไทย

     อีกหนึ่งตำนานของทีมชาติไทย “ดำเล็ก” กฤษดา เพี้ยนดิษฐ์ แบ็คขวาทีมชาติ ฝีเท้าเก่งกาจรองตำแหน่งมายาวนานนับ 10 ปี กับนิสัยที่เป็นกันเอง เป็นคนอารมณ์ดี ดีกรียอดนักเตะในตำนาน

วันนี้จะพาไปทำความรู้จักตัวตนของเขากับเรื่องราวในอดีตและปัจจุบันกัน เริ่มจาก ชื่อเล่นจริงๆของเขาคือ “วิท” เป็นชื่อที่พ่อและแม่ เรียกมาตั้งแต่เกิด  ส่วนชื่อ “ดำเล็ก” เกิดจากแฟนบอลและเพื่อนๆนักเตะด้วยกันเรียกกันในตอนที่ได้มาเล่นฟุตบอลระดับทีมชาติแล้ว

“ดำเล็ก” หรือ “วิท” เป็นลูกแม่ค้าขายอาหารตามสั่ง  เกิดเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2514 ที่จังหวัดพระนครสรีอยุธยา เขามีน้องสาว 1 คน  ต่อมาได้มาเติบโตที่ กรุงเทพฯ แถวถนนวิทยุ เนื่องจาก คุณพ่อกับคุณแม่ต้องมาสู้ชีวิตในเมืองหลวง โดยได้มาเช่าบ้านอยู่ในซอยร่วมฤดี ถ.วิทยุ แถวๆสุขุมวิท นั่นเอง ซึ่งคุณแม่ สมพร ของเขา ได้ประกอบอาชีพค้าขาย ในการส่งเสียลูกทั้ง 2 คน  ให้ได้รับการศึกษา

“ดำเล็ก” ได้เข้าเรียนที่โรงเรียนเอกชนศาสนาคริสต์ ที่โรงเรียนพระมหาไถ่ศึกษา เรียนตั้งแต่ชั้น ประถมศึกษา จนถึง มัธยมปีที่  3 ถึงแม้จะเป็นโรงเรียนเอกชน แต่ในยุคนั้นค่าเล่าเรียน,ค่าใช้จ่าย ยังไม่ได้แพงมากเหมือนเช่นทุกวันนี้ และก็ได้ไปเรียนต่อมัธยมปลายที่เรียนที่ โรงเรียนปทุมคงคา แต่เรียนได้แค่ ม. 4 ปีเดียว  รุ่นเดียวกับ กฤษณ์ สิงห์ปรีชา , เสกสรร เสวกสูตร  ก่อนจะตัดสินใจเปลี่ยนสายการเรียนมา เลือกเรียนสายอาชีพและไปเข้าศึกษา ที่ พาณิชฯกรุงเทพ จนจบ ปวส.  เพื่อเล่นฟุตบอล และจบปริญญาตรี คณะการจัดการสาขาการตลาด ที่ มหาวิทยาลัยอโยธยา ที่เจ้าตัวเพิ่งมาเรียนตอนทำงานแล้ว

ก่อนที่จะมาเป็นแบ็คขาวทีมชาติไทย  เขาเคยเล่นเป็นตำแหน่งกองหน้า แถมมีดีกรีเป็นดาวซัลโวอีกด้วย ซึ่งตอนนั้นสมัยที่เขาเรียนที่ โรงเรียนพระมหาไถ่นั้น เขาได้เล่นฟุตบอลตำแหน่งกองหน้ามาก่อน โดยที่เขานั้นเคยลงเล่นให้กับทีม ไทยขนส่งทางน้ำ ในฟุตบอลคลองเคย คัพ ในรุ่นประชาชน ในครั้งนั้นทีมของเขาให้ตำแหน่งรองแชมป์  แต่ตัวของเขาเอง ได้ตำแหน่างดาวซัลโวในครั้งนั้นด้วย  ต่อมาได้มาเล่น วิทยาลัยพละกรุงเทพ เขาก็ได้มาเล่นในตำแหน่งแบ็คขวา แม้จะมีบางครั้งที่ไปเล่นแบ็คซ้าย แต่เขาทำได้ไม่ดีเท่าไหร่นัก

ครั้งแรกกับเส้นทาง ในการติดธงชาตินั้นคือ การรับใช้ชาติกับชุดนร.ไทย ที่ไปแข่งขันฟุตบอลนักเรียนชิงแชมป์เอเซีย รุ่น อายุ 18 ปี ที่ประเทศสิงคโปร์ โดยได้อันดับที่ 3 กลับมา  แม้ว่าเขาจะไม่ค่อยได้มาโอกาสลงสนามมากเท่าไหร่ ก้าวต่อมาคือ ในศึก เมอร์เดก้า คัพ ซึ่งครั้งนั้น เขาได้ติดชุดรวมดาวกระจาย ที่มี “หมดเมา” เป็นกุนซือพาไปลุย แต่ตกรอบแรกกลับมา เพราะเป็นทีมที่ไม่พร้อมในการรวมตัวผู้เล่น ต่อมา ได้ถูกดันไปร่วมทัพกับชุดครีมทีม ตามนโยบายการผสมตัวผู้เล่นชุดใหญ่กับดรีมทีม  ต่อมาในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ “ดำเล็ก” ตำนานแบ็คขวาของทีมชาติไทย สามารถช่วยกันพาทีมไทย ครองแชมป์ซีเกมส์ ได้ 3 สมัยติดต่อกัน โดยเริ่มจากครั้งที่ 18 ที่จังหวัดเชียงใหม่ ประเทศไทย  เมื่อปี พ.ศ. 2538 , ครั้งที่ 19 ที่ ประเทศอินโดนีเซีย ในปี พ.ศ.2540 , และครั้งที่ 20 ที่ประเทศบรูไน ในปี พ.ศ. 2542 , ยังไม่หมดเท่านั้น ยังมีเกมใหญ่ๆอีกมากมายที่สร้างชื่อเสียงให้เขา อาทิเช่น  อันดับ 4 ในเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 13 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ ปี พ.ศ. 2541 , เอเชียนคัพ , รอบสุดท้ายฟุตบอลโลกในรอบคัดเลือกโซนเอเชีย , ฟุตบอลรายการพิเศษ ต่างๆ เรียนได้ว่าผ่านมาทุกสมรภูมิในนามทีมชาติไทย รวมแล้วเขาได้รับใช้ทีมชาติมาราว 10 ปี ได้

“ดำเล็ก” ได้มีโอกาสเข้าไปทำงานของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ โดยได้โควตาการเป็นนักกีฬาฟุตบอล ตั้งแต่จบในระดับ ปวส. โดยได้รับโอกาสจากโค้ชระดับบรมครูขององค์การโทรศัพท์ที่ล่วงลับไปแล้ว อย่าง “โค้ชก๊อก” พงษ์พันธ์ วงษ์สุวรรณ นั่นเอง จึงทำให้ เขาได้ทำงานที่มั่นคงอย่าง องคารโทรศัพท์ จนถึงปัจจุบัน “ดำเล็ก” ทำงานที่ บมจ. ทีโอที ในตำแหน่ง นักปฎิบัติงาน 6 ส่วนบริการลูกค้านครหลวงที่ 2.3.1 อยู่สำนักงานใหญ่ ทีโอที ถ.แจ้งวัฒนะ แถวหลักสี่ โดยเขาทำงานที่นี่มาตั้งแต่ผ่านการเกณฑ์ทหารเมื่ออายุ 20 จนถึงทุกวันนี้เกือบจะ 30 ปีแล้ว

สำหรับชีวิตคู่ของ “ดำเล็ก” ได้มงคลสมรสแล้วกับคุณแอ๋ว สุภัทรา เพี้ยนดิษฐ์ กันมานานนับสิบปี  โดยมีบุตรชาย 1 คน อายุ 19 ปี ชื่อ นายศิลาพัฒน์ หรือ “น้องพี” ที่เรียนด้านมัลติมีเดีย อยู่ ณ ม.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย ปัจจุบัน “ดำเล็ก” กับภรรยาอาศัยอยู่ที่บ้านหลังงาม ย่านจตุโชติ เขตสายไหม กทม.