นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม : แบ็กขวาจอมบุก ดาวรุ่งอนาคตไกลของทีมชาติไทย

บรรดาแฟนกีฬาฟุตบอล ทีมชาติไทย ตอนนี้หลาย ๆ คน คงได้รู้จักกับนักเตะหนุ่มหน้าละอ่อน ที่ได้มีนามว่า นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม แบ็คขวาจอมบุกรายนี้ได้มีความห้าวหาญ สามารถขึ้นมาเล่นฟุตบอลในทีมชาติไทยชุดใหญ่ ตั้งแต่อายุเพียงแค่ 18 ปี นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม ปัจจุบันเข้ารับราชการตำรวจ ในชั้นยศ “ร้อยตำรวจเอก” มีชื่อเล่นว่า “ต้น” ได้เกิดเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2537 ภูมิลำเนาได้เป็นชาวอำเภอลาดบัวหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้จบการศึกษาในระดับชั้นมัธยมศึกษา จากโรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี กรุงเทพฯ และในปัจจุบันได้กำลังศึกษาในสาขาวิชาการจัดการ คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต และมีน้องสาว 1 คน คือนักแสดงสาว น้ำตาล ทิพนารี วีรวัฒโนดม

นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม ได้เริ่มก้าวสู่เส้นทางสายนักฟุตบอลอาชีพ ด้วยการลงสนามแข่งขันในระดับเยาวชน กับทีมกีฬาฟุตบอลของโรงเรียนนวมินทราชินูทิศ โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย โรงเรียนปทุมธานี และสโมสรฟุตบอลเพื่อนตำรวจ ซึ่งทำให้ นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม ได้รับรางวัลชนะเลิศในการแข่งขันในระดับนักเรียน รุ่นอายุไม่เกิน 14 ปี ประเภท ก. ประจำปี พ.ศ. 2551 และนฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม ได้ขึ้นมาแข่งขันในระดับอาชีพช่วงต้นปี 2555 สังกัดสโมสรฟุตบอลบีอีซี – เทโรศาสน และปี 2558 นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม ได้ถูกแลกเปลี่ยนตัวกับอดิศักดิ์ ไกรษร ให้ไปอยู่กับสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และหลังจากนั้นได้อยู่สังกัดสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ยาวจนถึงปัจจุบัน

เส้นทางการเข้าสู่ทัพ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย ของนฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม คือ ได้เริ่มลงสนามแข่งขันให้กับ ทีมชาติไทย ตั้งแต่ช่วงรุ่นอายุ 12 ปี , อายุ 13 ปี , อายุ 16 ปี , อายุ 19 ปี ซึ่ง นฤบดินทร์ ได้อยู่ในชุดการแข่งขันที่ได้เข้าถึงรอบสุดท้าย ในการแข่งขันฟุตบอลเยาวชนชิงแชมป์เอเชีย ที่ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และ ทีมชาติไทย ชุดใหญ่ ซึ่งเขาได้อยู่ในชุดที่ได้รับรางวัลเหรียญทองในกีฬาฟุตบอลชาย ในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ 2013 และได้รับรางวัลชนะเลิศรายการ เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2014 รวมถึงการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ 2015 ตามลำดับอีกด้วย เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2562 นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม มีรายชื่อติดทีมชาติไทย ในการแข่งขันฟุตบอลโลกในรอบคัดเลือก นัดที่ ทีมชาติไทย เปิดบ้านต้อนรับ ทีมชาติเวียดนาม และต้องออกไปเยือน ทีมชาติอินโดนีเซีย

ในการแข่งขันในแต่ละนัด นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม สามารถยืนในสนามได้ครบ 90 นาที และได้มีจุดเด่นที่การทำเกมรุก เนื่องด้วย นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม ได้รูปร่างที่สูงใหญ่ มีความสูงถึง 179 ซม. มีความคล่องตัว มีความรวดเร็วที่จัดจ้านไม่แพ้ใคร สามารถเรียกเสียงฮือฮาได้แทบทุกครั้งที่ นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม ได้มีโอกาสสัมผัสบอล และเป็นตัวเติมเกมได้ตลอดจนจบการแข่งขัน นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม ยังขาดแค่เพียงประสบการณ์ในการค้าแข้งแข่งขันในเกมระดับสากลเท่านั้น  และไม่นานเชื่อเลยว่า จากอดีตเด็กปั้นของวินนี่ เชฟเฟอร์ จะได้กลายมาเป็นนักเตะที่ได้เป็นกำลังหลักตัวสำคัญของทีมฟุตบอลทีมชาติไทยได้ในไม่ช้า

เส้นทางการได้เข้ารับราชการตำรวจของ นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม นั้น เมื่อปี 2558 นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม ได้รับคัดเลือกให้รับราชการตำรวจ เนื่องจากเป็นผู้มีความสามารถทางด้านกีฬา ภายใต้เงื่อนไขของการคัดเลือกข้าราชการตำรวจในชั้นประทวน ที่มีความสามารถด้านกีฬา จึงได้ทำการประดับยศในชั้นยศ “สิบตำรวจตรี” พร้อมด้วยการประดับเหรียญสยบไพรี ให้เป็น “สิบตำรวจตรี นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม”

ก่อนที่ในระยะเวลาต่อมาเขาได้เข้ารับการฝึกอบรมนายร้อย ที่ โรงเรียนนายร้อย อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม จนเมื่อต้นปี 2560 สามารถได้รับเลื่อนยศเป็น “สิบตำรวจโท นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม” จากนั้นเขาจึงได้เข้าอบรมในชั้นสัญญาบัตรจนสามารถได้เลื่อนยศเป็น “ร้อยตำรวจตรี นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม” และได้เข้าสอบเรื่อยมา จนในปี 2564 ได้รับการเลื่อนตำแหน่งชั้นยศเป็น “ร้อยตำรวจเอก นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม”

สำหรับ นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม ได้ถือว่าเป็นนักเตะที่เป็นกำลังหลักตัวสำคัญของทีม “ปราสาทสายฟ้า” สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด สโมสรต้นสังกัดปัจจุบัน ที่นับตั้งแต่ นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม ได้ย้ายจากออกจาก บีอีซี-เทโรศาสน ไปเข้าร่วมทีมได้เมื่อปี 2558 สามารถช่วยทีมคว้าแชมป์ไทยลีกได้ถึง 3 สมัย ขณะที่ได้ทำหน้าที่เป็นนักเตะในนาม ทีมชาติไทย นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม ได้ถูกเรียกให้ติดทีมชาติไปแล้วทั้งหมดถึง 30 นัดด้วยกัน