ตำนานผู้ไม่เคยยอมแพ้ต่อความฝัน “รีวัลดู”

รีวัลดู หรือชื่อเต็มว่า รีวัลดู วีโตร์ บอร์บา เฟเรย์รา เกิดเมื่อวันที่ 19 เมษายน 1972 ในวัยเด็ก รีวัลดู ได้เกิดมาในชุมชนที่เรียกได้ว่าเป็นเหมือนกับสลัม เพราะครอบครัวของเขามีฐานะค่อนข้างยากจน โดยครอบครัวของ รีวัลดู มีอาชีพหลักคือขายน้ำและขนมตามบริเวณชายหาด ซึ่งแน่นอนว่ารายได้ของครอบครัวมีจำนวนที่น้อยมาก ๆ จึงทำให้วัยเด็กของเขา เขาต้องเผชิญกับภาวการณ์ขาดน้ำและอาหารบ่อยครั้ง ส่งผลให้เขามีร่างกายที่ผอมและขาเล็ก รีวัลดู ได้เคยกล่าวว่า เขาไม่เคยลืมความรู้สึกที่หิวและลำบากแบบนั้นมาก่อน แต่อย่างไรก็ตาม เพชรอย่างไรก็คือเพชร รีวัลดู ได้ฝึกฝนการเล่นฟุตบอลด้วยความยากลำบาก ถึงแม้ว่าเล่นด้วยเท้าเปล่าเขาก็เล่น จนเมื่ออายุได้ 16 ปี เขาได้เซ็นสัญญากับทีมเปาลิสตานู และเหมือนว่าทุกอย่างจะไปได้สวย แต่เพราะ รีวัลดู ที่เป็นโรคขาดสารอาหารทำให้เขามีขนาดตัวที่ดูจะผอมเกินไป ทำให้กุนซือของทีมเปาลิสตานู ดูว่า รีวัลดู อ่อนแอเกินไปและไม่มีศักยภาพดีพอที่จะเตะบอล มิหนำซ้ำเขายังได้รับข่าวร้ายว่าคุณพ่อของเขาโดนยิงเสียชีวิต ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากจะทำใจ มรสุมถาโถม รีวัลดู ตั้งแต่เขายังเด็ก แต่มรสุมเหล่านี้ก็หยุดความฝันของ รีวัลดู ไว้ไม่ได้ ถึงแม้จะไม่มีเงินค่ารถ รีวัลดู ก็ได้เดินเท้าระยะทาง 25 กิโลเมตร เพื่อไปฝึกซ้อมทุกวัน ถ้าใจไม่รักฟุตบอลจริงๆ คงทำไม่ได้ หัวใจของเขายิ่งใหญ่จริงๆ

ด้วยพรสวรรค์ของ รีวัลดู บวกกับการทำงานเป็นอย่างหนัก จึงทำให้เขาเป็นนักเตะที่ดีขึ้น จึงทำให้เขาได้ย้ายไปอยู่ทีมที่ใหญ่ขึ้น อย่างทีมปัลเมย์รัส ในปี 1994  และด้วยฝีเท้าที่โดดเด่น ขาได้พาทีมสามารถคว้าแชมป์ของลีกสูงสุดของประเทศมาครองได้สำเร็จ ส่งให้ใน 2 ปีต่อมา เขาได้ย้ายมาเล่นในเวทียุโรปเล่นให้กับทีมเดปอร์ติโบเด ลาโกรุญญา ของประเทศสเปน และในปีแรกเขาได้ฉายแววยิงไปได้ถึง 21 ประตู พาทีมจบอันดับที่ 3 ของลีก แน่นอนว่าความร้อนแรงของทำให้ รีวัลดู สักกัดทีมลาโกรุญญาได้เพียงแค่ปีเดียว

จนปี 1997 ยอดทีมอย่าง บาร์เซโลนา ได้ซื้อตัวเขาไปร่วมทีมด้วย และอย่างเช่นเคย เมื่อเขาย้ายทีมเขาก็เป็นตัวเทพทันที ในปีแรงเขายิงไปกระจาย พาทีม บาร์เซโลนา ความดับเบิลแชมป์ มาถึงตอนนี้ รีวัลดู ได้แสดงให้เห็นแล้วว่าเขาไปอยู่ที่ไหนก็เก่ง เขาไม่ต้องใช้เวลาในการปรับตัว เมื่อย้ายทีมก็สามารถลงเล่นได้ทันที

จนฤดูกาลที่ 2 ในปี 1998-1999 นับเป็นปีที่ดีที่สุดของเขา รีวัลดู พาทีมชาติบราซิล เป็นรองแชมป์ที่ประเทศฝรั่งเศส ก่อนที่เขาจะได้พาทีมบาเซโรน่าคคว้าแชมป์ลีก เป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกันได้สำเร็จ โดยที่เจ้าตัวได้เป็นรองดาวซัลโว และในปีนี้เขาก็ได้พาทีมชาติบราซิลคว้าแชมป์ระดับทวีปในรายการโคปาอเมริกา อีกทั้งเขายังเคยได้รับรางวัลของ Ballon D’or พ่วงด้วยรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของฟีฟ่าอีกด้วย พร้อมกับได้รับการยอมรับจากสื่อฟุตบอลทุกสำนักทั่วโลกว่าเขาเหมาะสมเป็น No.1 มาก ๆ เหมือนว่าชีวิตกำลังไปได้สวย แต่เขาต้องเจอปัญหาครั้งใหญ่ของอาชีพ เมื่อกุนซือในเวลานั้นของทีม บาร์เซโลนา อย่าง หลุยส์ ฟาน กัลป์ ตัดสินใจโยก รีวัลดู ไปเล่นปีกจากเดิมที่เขาได้เล่นในตำแหน่งหน้าต่ำ เป็นที่แน่นอนว่าผลงานในการเล่นของเขาไม่ดีเช่นเดิม จนทำให้เขารู้สึกอึดอัดและไม่มีความสุข เมื่อเขาได้คุยกับ หลุยส์ ฟาน กัลป์ ว่า เขาไม่อยากเล่นในตำแหน่งปี เขาอยากเล่นในตำแหน่งกองกลาง หลุยส์ ฟาน กัลป์ จึงได้ ดรอฟเขาให้เป็นตัวสำรองแทน ถึงแม้ว่าเขาจะถูกโยกไปเล่นในตำแหน่งที่ไม่ถนัด หรือว่าอยู่ตำแหน่งผู้เล่นสำรอง เขาก็ทำผลงานได้ดีเช่นเดิม สุดท้ายด้วยความเป็นมืออาชีพและความอดทนของเขาก็ส่งผลให้ หลุยส์ ฟาน กัลป์ ต้องออกจากทีมและเปลี่ยนกุนซือคนใหม่ ทำให้ รีวัลดู ได้โยกมาเล่นในตำแหน่งเดิม ทำให้เรียกความมั่นใจกลับมาให้เขาดังเดิม ในช่วงฤดูกาลนั้น รีวัลดู ได้ยิงทำคะแนนกระจาย และในฤดูกาลนั้นได้เป็นเรื่องเล่าของชีวิตเขาจนถึงปัจจุบัน เพราะนัดสุดท้ายของฤดูกาล ทีมบาร์เซโลนา ต้องพบกับ ทีมบาเลนเซีย ซึ่งเกมนั้นเป็นเกมที่สำคัญเพราะทั้งสองทีมลุ้นอันดับที่ 4 กันอยู่ โดย ทีมบาร์เซโลนา ต้องชนะเท่านั้น สุดท้ายแล้วเกมนั้น รีวัลดู เป็นพระเอกสามารถพาทีมชนะด้วยสกอร์ 3-2 ประตู

รีวัลดู เป็นตัวสำคัญของทีมชาติบราซิล ในการแข่งขันฟุตบอลโลก ปี 2002 เขาได้มีจุดเด่นครบเครื่อง เขามีความเป็นนักเตะที่มีความเป็นบราซิลเลี่ยนสูงมาก ๆ ทำให้เขามีเทคนิคและมุมมองที่ดีเหนือคนทั่วไป เขาสามารถจบสกอร์ได้โหดสุดๆ และสามารถทำสกอร์ได้ทุกรูปแบบโดยเฉพาะบริเวณหน้ากรอบเขตโทษ บอลจะพุ่งแรงและน่ากลัวมาก ๆ หรือว่าจะเป็นลูก ฟรีคิก ลูกนิ่ง ตีลังกายิง เขาสามารถทำได้ดีแทบทุกรูปแบบ และสิ่งที่ทำให้เขาโดดเด่นขึ้นไปอีกคือการถนัดเท้าซ้ายของเขา ที่จับทางได้ยาก

เมื่อ หลุยส์ ฟาน กัลป์ ได้กลับมาคุมทีม บาร์เซโลนา รีวัลดู จึงได้ย้ายไปอยู่ทีม เอซี มิลาน ถึงแม้ว่าการไปอยูทีม เอซี มิลาน เขาจะโชว์ฟอร์มได้ไม่ดีนัก แต่เขาก็สามารถสร้างประวัติศาสตร์ได้เพราะทีม เอซี มิลาน สามารถคว้าแชมป์การแข่งขัน ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก ได้สำเร็จ จากนั้นเขาได้ย้ายไปหลายทีมและหลายลีก และทีมเหล่านั้นที่เขาย้ายไปก็สามารถพาทีมคว้าแชมป์ได้สำเร็จ เขาได้ตะลุยค้าแข้งจนถึงอายุ 43 ปี และแขวนสตั๊ดไปในที่สุด